การผ่าตัดนี้เป็น cosmetic เบิกไม่ได้
“การผ่าตัดนี้เป็น cosmetic เบิกไม่ได้”
“การผ่าตัดนี้ทำเพื่อความสวยงาม เบิกประกันไม่ได้”
ตัวอย่างเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเวชปฏิบัติ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในหมู่แพทย์ บุคลากรทางด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ในบริษัทประกัน ความเข้าใจผิดเช่นนี้ส่งผลต่อการปฏิบัติต่อผู้ป่วยอย่างไม่เหมาะสม เช่น ไม่อนุมัติให้ใช้สิทธิ์สวัสดิการในการรักษา ไม่ออกใบส่งตัวให้ไปรักษาที่สถานพยาบาลในระดับที่สูงกว่า ถ้าเป็นกรณีประกันสุขภาพกับบริษัทเอกชน ก็ไม่อนุมัติช่วยเหลือค่ารักษา บทความนี้หวังว่าจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ที่ผู้ป่วยพึงจะได้รับ
การรักษาผ่าตัดทั้งหลายล้วนทำโดยหวังผล cosmetic outcome ที่ดีทั้งสิ้น
ไม่มีงานไหนเลยที่ศัลยแพทย์ตกแต่งทำแล้วไม่หวังผลว่าจะมี cosmetic outcome ที่ดี ตัวอย่างเช่น
- ผ่าตัดซ่อมปากแหว่ง (cleft lip) จนถึงทุกวันนี้ศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วโลกยังคงวนเวียนพูดกันว่าวิธีนี้ทำแล้วสวยกว่าวิธีนั้น เอาวิธีของคนนั้นมาดัดแปลงเป็นวิธีใหม่ของตัวเจ๋งที่สุด เย็บยังไงให้ได้สันนูนสวยเลียนแบบ philtral ridge ปกติ ต้องทำจมูกด้วยนะ จมูกจะได้สวย และอื่น ๆ อีกมากมาย
- ปากแหว่งที่เคยซ่อมเย็บปิดมาแล้ว ผู้ป่วยโตขึ้น ก็ยังพยายามเอามาซ่อมจมูกให้สวยงาม แก้แผลเป็นให้มองไม่ออก ทำให้ริมฝีปากอิ่ม และอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำเพื่อความสวยงาม จริง ๆ แล้ว ก็มุ่งหวังให้ผู้ป่วยดูปกติมากที่สุด
- ผ่าซ่อมเพดานโหว่ (cleft palate) ซึ่งอยู่ในปากไม่ได้ไปโชว์ใคร ก็ยังพยายามทำให้สวยจนถึงลิ้นไก่ ขนาดมีรูทะลุเล็ก ๆ ที่เพดานปากหลังซ่อม โดยไม่ได้มีน้ำหรืออาหารรั่วขึ้นจมูกหรือทำให้เสียงพูดผิดปกติ คนไข้หรือพ่อแม่ก็ยังอยากให้ผ่าอีกเพื่อไม่ให้มีรู
- ภาวะสันเหงือนแหว่ง (alveolar cleft) มักมีฟันขึ้นเกไปเกมาผิดที่ ผู้ป่วยกลุ่มนี้กินอาหารได้ปกติ พูดได้ปกติ แต่ยิ้มแล้วจะเห็นฟันเก การรักษาประกอบด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดปลูกกระดูก แบบนี้ใคร ๆ ก็ช่วยเหลือ เบิกได้ ถึงขนาดเดี๋ยวนี้ทางการมีโครงการเรียกว่า ยิ้มสวยเสียงใส รักษาได้ทั่วประเทศกันทีเดียว
- มะเร็งผิวหนังทั่วร่างกาย มีความพยายามหาวิธีการผ่าตัดที่จะทำให้ผิวหนังและพื่นที่ที่เป็นมะเร็งกลับมาดูสวยใกล้เคียงปกติภายหลังการตัดมะเร็งออกแล้ว จนถึงทุกวันนี้แพทย์ก็ยังแข่งกันตีพิมพ์วิธีการของตัวเองในวารสารการแพทย์
- ในการผ่าตัดรักษาภาวะกะโหลกศีรษะเชื่อมติดกันผิดปกติ (craniosynostosis) แม้ว่าจะมุ่งหวังเพื่อขยายพื้นที่ให้สมอง ความสวยงามของศีรษะก็เป็นสิ่งไม่มีใครมองข้าม มีการขายหมวกชนิดพิเศษ (helmet) เพื่อให้ทารกใส่เพื่อปรับรูปร่างศีรษะให้ปกติ มีหลากหลายวิธีออกแบบการตัดกระดูกเพื่อให้ได้ศีรษะที่สวยงาม มีการใช้เทคโนโลยีสามมิติออกแบบการผ่าตัดเพื่อหวังผลในเรื่องความสวยงามของศีรษะ
- แม้แต่กะโหลกศีรษะที่ผิดรูปจากแรงกดภายนอก ที่เรียกกันว่า positional plagiocephaly หรือ deformational plagiocephaly ซึ่งถือว่าไม่ใช่โรค ก็ยังพยายามรักษากันด้วยการปรับท่านอนไม่ให้ทับกะโหลกส่วนที่แบนและให้ทารกใส่หมวกพิเศษปรับรูปร่างซึ่งไม่ใช่ถูก ๆ
แม้แต่แพทย์ที่ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง ก็ยังรักษาโรคและความผิดปกติต่าง ๆ โดยหวังผลที่ดีด้าน cosmetic outcome ด้วย ตัวอย่างเช่น
- ภาวะนิ้วเกิน ไม่ว่าจะเกินตรงนิ้วโป้งหรือนิ้วก้อย ทั้งที่ไม่มีผลอะไรต่อการหยิบจับหรือการใช้มือ ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ก่อให้เกิดโรคอะไร แต่มันดูไม่ปกติไง พ่อแม่ก็อยากให้เอาออก แพทย์ก็รับตัดนิ้วที่เกินกันทั้งนั้น ใช้สิทธิ์ได้
- ติ่งเนื้อหน้าหู preauricular tags ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่อักเสบ ไม่กลายเป็นมะเร็ง ไม่กระทบต่อการใช้งานของอวัยวะใด ๆ แพทย์ทุกคนรับตัดหมด ใช้สิทธิ์ได้
- มะเร็งเต้านม ขนาดจะตัดมะเร็งทิ้ง เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นห่วงความสวยงาม ไม่ยอมตัดเต้านมทิ้งทั้งเต้า แถมยังพยายามผ่าตัดหาเนื้อจากที่อื่นมาเสริมมาเติมหรือแม้แต่ใส่เต้านมเทียมเพื่อหวังให้เต้านมกลับมาดูปกติ
- การตัดนิ้ว ตัดมือ หรือตัดขาทิ้ง (amputation) เพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ก็ไม่มีศัลยแพทย์ที่ดีคนไหนจะตัดทิ้งแบบส่ง ๆ ต้องพยายามทำให้ตอนิ้วตอแขนตอขาที่เหลืออยู่มีรูปร่างที่ดีไม่น่าเกลียดจนเกินไป และผู้ป่วยที่ใส่นิ้วเทียมมือเทียมขาเทียมก็ล้วนอยากได้ชนิดที่ดูดีสวยงาม
- สูติแพทย์ผ่าตัดทำคลอด จากที่เคยลงแผลแนวตั้งกลางท้องซึ่งทำได้ง่าย ก็หันมาลงแผลที่ท้องในแนวนอนและอยู่ที่ระดับต่ำเพื่อให้ซ่อนในกางเกงได้ ทุกคนล้วนอยากให้แผลเป็นสวยงาม เปิดโชว์ท้องได้
จะเห็นได้ว่า cosmetic outcome ที่ดีเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของทั้งผู้ป่วยและแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการรักษาผ่าตัดใด ๆ และการรักษาผ่าตัดที่มีเป้าหมายทางด้าน cosmetic outcome ดังได้ยกตัวอย่างข้างต้น ล้วนแล้วแต่ใช้สิทธิ์สวัสดิการรักษาได้หรือเบิกประกันได้แทบทั้งนั้น
Cosmetic Surgery vs Reconstructive Surgery
การผ่าตัดที่มีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนรูปร่างของร่างกายจากผิดปกติเป็นปกติ เรียกว่า reconstructive surgery ใครฟังว่าผู้ป่วยมารับการผ่าตัด reconstructive surgery ก็ไม่มีปัญหา เบิกได้ใช้สิทธิสวัสดิการได้
การผ่าตัดที่มีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนรูปร่างของร่างกายจากปกติไปเป็นรูปร่างลักษณะอื่น เรียกว่า cosmetic surgery หรือ aesthetic surgery ใครฟังว่าผู้ป่วยมารับการผ่าตัด cosmetic surgery ก็เข้าใจตรงกันว่า เบิกไม่ได้ ใช้สิทธิ์สวัสดิการไม่ได้
(อ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ได้ที่บทความเรื่อง ศัลยกรรมตกแต่งคืออะไร)
จะเห็นได้ว่า ถ้าบอกว่าเป็น reconstructive surgery หรือ cosmetic surgery ไม่มีใครสับสนเลย
อย่าสับสนระหว่าง Cosmetic Surgery กับ Cosmetic Outcome
อ่านถึงตอนนี้ เราคงเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า มันมีความสับสนปนกันในการใช้คำว่า cosmetic คำว่า cosmetic มันเป็นคำวิเศษณ์สำหรับขยายนาม ถ้าพูดออกมาโดยไม่มีคำนามต่อท้าย จะไม่รู้ว่าต้องการหมายถึง cosmetic surgery หรือ cosmetic outcome
คนไทยหลาย ๆ คน พูดอังกฤษปนไทย มันทำให้ตัวคนพูดเองสับสนไปด้วย เช่นว่า “การผ่าตัดนี้เป็น cosmetic เบิกไม่ได้” ถ้าคนพูดหมายความว่า การผ่าตัดนี้เป็น cosmetic surgery มันเบิกไม่ได้ อันนี้ถือว่าเหมาะสม แต่ถ้าคนพูดหมายความว่า การผ่าตัดนี้มีเป้าหมาย cosmetic outcome มันเบิกไม่ได้ แบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ปัญหาคือคนพูดก็ไม่รู้ว่าตัวเองหมายถึง cosmetic surgery หรือ cosmetic outcome
ถ้าพูดว่า “การผ่าตัดนี้ทำเพื่อความสวยงาม เบิกประกันไม่ได้.” แบบนี้ก็ไม่ถูกเสมอไป ถ้าการผ่าตัดที่ทำมีเป้าหมายในการแก้ไขร่างกายที่ผิดปกติให้กลับมาเป็นปกติ มันคือ reconstructive surgery ถึงแม้เขาจะทำเพื่อความสวยงาม (cosmetic outcome) มันก็เป็นเรื่องที่ดีเป็นเรื่องปกติที่ควรทำ ควรจะเบิกประกันได้หรือควรใช้สิทธิ์สวัสดิการด้านการรักษาได้ ตัวอย่างเช่น ภาวะไม่มีใบหู (microtia) ใบหูผิดรูปหรือแหว่งขาดไปจากอุบัติเหตุ (traumatic ear amputation) ปากและจมูกที่ยังผิดรูปอยู่ภายหลังการผ่าตัดซ่อมโรคปากแหว่ง (cleft lip and nose deformity) ฯลฯ
ถ้ามีใครมาถาม “ขอทราบความจำเป็นในการผ่าตัด” แพทย์เจ้าของไข้สามารถตอบได้ตามความจริงว่า เข้าลักษณะ reconstructive surgery หรือ cosmetic surgery ถ้าเป็น reconstructive surgery ซึ่งผู้ป่วยควรเบิกประกันได้หรือใช้สิทธิ์สวัสดิการการรักษาได้ ก็ตอบได้ในทำนองว่า “ผ่าตัดเพื่อทำให้..(อวัยวะ)..มีรูปลักษณะกลับมาเป็นปกติ” หรือ “ผ่าตัดเพื่อแก้ไข..(อวัยวะ)..ผิดรูปเนื่องจากโรค….” แต่ถ้าเป็น cosmetic surgery ก็ตอบได้ทันทีว่า “ไม่มีความจำเป็นในการผ่าตัด แต่ผู้ป่วยมีความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปร่างลักษณะของ..(อวัยวะ)..”